เรื่องที่ “ห้ามไม่รู้” สำหรับคนชอบเที่ยว ตอนที่ 1 “ภาษีท่องเที่ยว”

10722513_10203025865782672_1369978777_o

วันนี้ผมจะบอกเล่าเก้าสิบเรื่องเกี่ยว “ภาษีท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นเรื่องใหม่แกะกล่องในสังคมไทย คนไทยทุกคนยังไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับมันเท่าไรนัก แต่เป็นไม่เป็นไรครับ วันนี้ ตอนนี้ ผมจะมาเล่าให้ทุกๆคนฟังเองว่ามันคืออะไรกันแน่ และมันมีความหมายอะไรในการท่องเที่ยว ไม่ใช่พอว่าได้ยินคำว่าภาษีหรือตัวเลขอะไรแบบนี้แล้วเบนหน้าหนีกันหมดนะครับ

         “ภาษีท่องเที่ยว” ชื่อก็บอกอยู่ชัดเจน แต่ความหมายชวนให้เราเข้าใจผิดไปซักเล็กน้อย ถ้าเราเข้าใจกันว่าเวลาไปเที่ยวแล้วต้องจ่ายเงินมากขึ้น (หมายถึงจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น) แสดงว่าอันนี้เราเข้าใจกันผิดแบบกลับหัวกลับหางเลยนะครับ จริงๆแล้วคือ

“ภาษีท่องเที่ยว” คือภาษีที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวกันมากขึ้น ใช้จ่ายเงินกันมากขึ้น เงินจะได้หมุนเวียนไปสู่ส่วนๆต่างในภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น ทีนี้เมื่อจ่ายเงินกันมากขึ้นก็หมายความว่ารัฐบาลก็เก็บภาษีได้มากขึ้นไงครับ มีเงินไปพัฒนาประเทศต่อได้

แล้วทีนี้มันมาเกี่ยวกับบุคคลเดินดินกินบะหมี่เกี๊ยวหน้าเซเว่นได้อย่างไร

ไม่มีอะไรให้เข้าใจยาก ก็แค่ว่าเงินทุกบาท ทุกสตางค์ ที่เราเริ่มจ่ายเข้าไปในระบบการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นค่ารถ ค่าเรือ ค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออะไรก็ตาม เมื่อเราจ่ายไปแล้วรัฐบาลจะคืนเงินบางส่วนให้เรานั่นเองครับ โดยจะมาในรูปของการลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีนั่นเอง (ไม่ได้คืนเงินสดให้เรานะครับ)

แต่ทั้งทีนี้ทั้งนั้น เพดานของการใช้จ่ายในการเที่ยวอยู่ที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อปี เท่านั้นครับ และทุกการใช้จ่ายต้องมีใบเสร็จที่เป็นทางการ (มีเลขคนทำการค้าและเลขผู้เสียภาษีนั่นเอง)

สรุปให้เห็นภาพกันดีกว่า ลองมาดูกันครับ สมมติถ้าปีนี้เรามีใบเสร็จที่เก็บได้ 15,000 บาทพอดี

ถ้าฐานภาษีเรา 5%      ก็ได้เงินภาษีกลับมา     750 บาท

ถ้าฐานภาษีเรา 10%    ก็ได้เงินภาษีกลับมา     1,500 บาท

ถ้าฐานภาษีเรา 15%    ก็ได้เงินภาษีกลับมา     2,250 บาท

ถ้าฐานภาษีเรา 20%    ก็ได้เงินภาษีกลับมา     3,000 บาท

ถ้าฐานภาษีเรา 25%    ก็ได้เงินภาษีกลับมา     3,750 บาท

ถ้าฐานภาษีเรา 30%    ก็ได้เงินภาษีกลับมา     4,500 บาท

            ยกตัวอย่าง ถ้าผมมีฐานเงินเดือนที่ 5% ปีนี้ผมไปเที่ยวทั้งปี จ่ายไปทั้งหมด 15,000 พอดี ตอนปลายปี ผมก็สามารถที่จะลดภาษีของตัวผมเองได้อีก 750 บาทนั่นเองครับ (คิดซะว่าได้กาแฟสตาร์บั๊คฟรีสักครึ่งโหลก็ได้ครับ อิอิ)

หรือถ้าคนที่มีฐานภาษีที่ 10% แล้วได้ไปพักรีสอร์ทหรูคืนละ 15,000 บาท ก็เสมือนกับว่ารีสอร์ทนั้นเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษเหลือราคาคืนละ 13,500 บาทนั่นเองครับ (หักลดหย่อนภาษีไป 1,500 บาท)

นโยบายของรัฐบาลรอบนี้เราไม่เสียอะไรเลย มีแต่ได้ เพราะฉะนั้นน้ำขึ้นให้รีบตักนะค้าบบ

สรุปสุดท้ายไม่มีอะไรมากกว่าว่า ให้เราเริ่มต้นเก็บใบเสร็จกันได้แล้ว ณ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปครับ

37 คิดบน “เรื่องที่ “ห้ามไม่รู้” สำหรับคนชอบเที่ยว ตอนที่ 1 “ภาษีท่องเที่ยว”

  1. ขอเสริมครับ
    1.) เริ่มใช้ได้ตั้งแต่ปัจจุบันจนเดือนธันวาคมนี้ เพื่อลดหย่อนในปีภาษี 2558
    2.) และยังใช้ได้ต่อเนื่องใน เดือนมกราคมถึงธันวาคมปีหน้า เพื่อลดหย่อนภาษีในปี 2559

    Like

  2. จองอโกด้าทำยังไงคะ
    แล้วเรื่องใบเสร็จเติมน้ำมันรถเพื่อการท่องเที่ยวใช้ได้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ

    Like

  3. คือว่า ไปที่ไหนก็เก็บใบเสร็จ (ร้านอาหาร, ที่พัก, น้ำมัน) กลับมาใช้มั้ยคะ ต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูป/ใบเสร็จรับเงิน ระบุชื่อชัดเจนมั้ย หรือแค่ใบกำกับอย่างย่อหรือใบเสร็จรับเงินธรรมดารึป่าวคะ

    Like

  4. Group 4 คน เราเอามาลดได้แต่ส่วนของเรา ถูกหรือเปล่าครับ เช่น ไปกับเพื่อน แต่เราเป็นคนซื้อตั๋วเครื่องบิน ได้ใบเสร็จของทั้ง 4 คน จะเอามาใช้ได้ทั้งหมดเลย หรือ หาร 4 ครับ

    Like

  5. สงสัยว่า ถ้าจ่ายไปก่อน เช่นจองตั๋วเครื่องบินกับที่พักสำหรับบินเดือนธันวา
    แต่จ่ายเงินไปก่อนแล้ว ตั้งแต่เดือนตุลา
    อย่างนี้เก็บหลักฐานมาเบิกได้มั้ยครับ ?

    ขอบคุณครับ

    Like

  6. ถ้าเราซื้อทัวร์ จองโรงแรม ไว้ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่วันเที่ยวจิงๆ คือต้นปี 2558
    แบบนี้สามารถใช้ ลดหย่อนได้มั้ยคะ
    หรือว่ายึดหลักว่า เฉพาะยอดที่ จ่ายหลังวันที่ 14 ตุลา 2557 เป็นต้นไป คะ

    Like

  7. ใบเสร็จที่นำมาหักคือใบกำกับภาษีใช่ไหมคะ แล้วออกในชื่อตัวเองรึป่าวคะ อย่างเช่นถ้าซื้อในนามบริษัทก็ต้องออกชื่อบริษัท ถ้านำมาหักภาษีของตัวเอง ก็ออกชื่อตัวเองใช่ไหมคะ ขอบคุณคะ

    Like

  8. ยังแอบงงงงค่ะ ขอถามนะคะ
    อย่างไป One day trip เติมน้ำมัน จ่ายค่ากิน ค่าผ่านประตู ไม่ได้นอนพักที่ไหน แต่ไปข้ามจังหวัดบ้านเกิด แบบนี้อะไรที่นำมาลดหย่อนได้บ้างคะ

    Like

  9. ทางที่พักที่เกาะกูดบอกว่า “ในส่วนของใบที่สามารถไปยื่นเบิกตามนโยบายคืนภาษีจากการท่องเที่ยวได้นั้นจะต้องมี Vat 7% เพิ่มค่ะ ซึ่งลูกค้าสามารถแจ้งยอดที่ต้องการนำไปเบิกได้ค่ะ เช่น ต้องการเบิกเพียง 15,000 บาท ก็สามารถให้เราออกเป็นยอด 15,000 บาทได้ ซึ่งจะบวก Vat เพิ่ม 7% จากยอด 15,000 บาทค่ะ จ่ายเพิ่ม 1,050 บาทค่ะ”
    ซึ่ง trip ของผมราคา 16,600 บาท
    ผมมีคำถาม 2 ข้อครับ
    1. Vat 7% นี้จำเป็นต้องเสียตามที่ทางที่พักบอกไว้หรือไม่?
    2. หากต้องเสีย Vat 7% จากราคาที่จ่ายจริงคือ 16,600 บาท แต่ออก 15,000 บาท แบบนี้จะทำให้ผมเสีย Vat 7% น้อยลงใช่หรือไม่ คือจ่าย Vat 1,050 บาท แทนที่จะเป็น 1,162 บาท?

    ขอบคุณครับ

    Like

  10. ครับ เรื่อง 15,000 เข้าใ0ล่ะ ส่วนเรื่อง Vat 7% ล่ะครับ อันนี้ต้องเสียหรือไม่ครับ? มันเป็นเงื่อนไขเพื่อขอลดหย่อนภาษีหรือเปล่าครับ?

    Like

  11. ใบเสร็จที่ใช้ได้นี้่เริ่มตั้งแต่วันไหนเดือนไหนของปี 2557 คะ

    แล้วถ้าเป็นตั๋วเครื่องบินที่จองผ่านเว้บเองจะใช้เอกสารตัวไหนเป็นหลักฐานคะ บอดดิ้งพาสได้มั้ยคะ

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s